วันนี้นึกครึ้มไงไม่รู้
เลยอยากอัพได้เกี่ยวกะเรื่องสวยๆ งามๆ
ผู้หญิงคนไหนก้อชอบใช่ไหมล่ะ
เรื่องสวยๆ งามๆ นี่
นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นเเครื่องสำอางค์
ตอนนี้เด็กๆ ม.ปลาย เวลาไปเที่ยวตอนเสาร์ อาทิตย์
ก้อเริ่มแต่งหน้ากันแล้ว
ซึ่งมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะ ถ้าทำถูกกาลเทศะ
การแต่งหน้าไปโรงเรียนยังคงผิดกฎอยู่
แต่มหาลัยนี่ ไม่ผิด แต่งได้
เพราะงั้นใครที่กำลังเข้ามหาลัยนี่ก้อมีเฮ
อยากสวยก้อได้สวย สมใจ
เอนทรี่วันนี้
เอาการแต่งหน้าไปเรียนที่มหาลัยมาฝาก
ไม่ใช่เคล็ดลับจากใครที่ไหน
แต่เป็น.....เราเอง 5555
ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเว่อร์ไปไหม แต่งหน้าไปเรียนนี่
เรามีวิธีโบกหน้าแต่เหมือนไม่โบกฮับ...ฟังทางนี้
ก่อนอื่น มาดูเครื่องสำอางค์ที่เราจะใช้กันก่อน

เน้นของถูก พอหาซื้อได้ ไม่เกินกำลังเด็ก
ด้อยรายได้อย่างพวกเรานะจ๊ะ
เซตนี้แพงที่สุดก็ บลัชออนของ estee lauder
ถูกที่สุดเป็นอายแชโดว์ตลับกลมๆ จาก Boots
นอกนั้นราคาไม่เกิน 600 บาททั้งนั้นจ้า
ก่อนอื่น ต้องเริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาด
จำเอาไว้ว่า ผิวสวยต้องมาก่อน
เพราะเวลาที่ผิวสวยแล้ว ต่อให้ใช้เครื่องสำอางค์แพงหรือถูก
เราก็จะสวย เพราะความสวยของผิวมันจะเปล่งปลั่ง
ทำให้ผิวหน้าเราขึ้นกับเครื่องสำอางค์ไปเอง
เพราะงั้นอย่าลืมว่า skincare สำคัญที่สุด
ไม่ใช่การ makeup นะ ^^
ขั้นแรก ลงเบสและรองพื้นให้เบาที่สุด
แนะนำว่าให้ลงเฉพาะจุดที่ไม่เรียบเนียนบนใบหน้าเท่านั้น
เช่น รูขุมขนกว้าง หรือมีรอยอยากปิด
ถ้าอยากเก็ยเนียนๆ ก็แต้มคอนซีลเลอร์ด้วยก็ได้
แต่ย้ำว่าเบาที่สุด บางที่สุดนะจ๊ะ
เพราะว่าเราแต่งไปเรียนและมันเป็นตอนกลางวัน
ถ้าลงหนาๆ ไม่พ้นวัน หน้าจะมันแผล่บๆ
เพราะบ้านเรามันเมืองร้อนเด้อส์
แนะนำ White Grape Fresh Base เบสองุ่นสีเนื้อของ skinfood
สีเนื้อก็จริง แต่เวลาลงบนหน้าแล้วไม่ปกปิด
แต่จะขับผิวให้สว่างขึ้น ทาคอด้วยนะจ๊ะ
ตัวนี้ใช้ดีมาก ช่วยให้รองพื้นติดผิว
ส่วนรองพื้น แนะนำ BB magic cream ของ etude house
ถ้าซื้อตามเคาท์เตอร์ ก็แพงอยู่
แต่ถ้าฝากคนรู้จักหิ้ว มันจะตกอยูที่ 550 บาทเท่านั้นเอง
แต่ไม่ว่าจะซื้อยังไง ก้อขอบอกต่อว่ามันใช้ดีมากๆ
good-bye trouble จริงๆ
แถมตอนนี้มีแบบใหม่ผสมกันแดดด้วย
เวิร์คเข้าไปอีก ^^
ขั้นที่สอง ลงแป้งฝุ่น มีทางเลือกอยู่สองทางคือ
แป้งฝุ่นแบบ Loose Powder กะแป้งเด็ก 555
เด๋วนี้แป้งฝุ่นกระป๋องก้อมีสีเนื้อแล้วนะ
ไปหาดูตามวัตสัน ใช้แทนแป้งฝุ่น Loose Powder ราคาแพงๆ ได้
ซึ่งไม่อยากจะเซ่ดเลยว่ามันสบายหน้า แถมไร้ความมัน
ต่างกันลิบลับ
แต่ใครชอบแบบไหน ก็เลือกเอานะ
ใช้แปรงปัดเบาๆ ทั่วหน้า
ถ้าอยากให้ิ๊บลิงค์ยิ่งขึ้นไปอีก
แนะนำนี่เลย

secret beam powder pact เบอร์ 2
ตัวแป้งจะมีวิงค์ๆ อยู่ด้วย
ทำให้หน้าเราวิงค์ๆ ตามเนื้อแป้งได้ 555
ขั้นที่สาม
ลงอายแชโดว์สีชมพูอ่อน
สีที่เราใช้ประจำคือ Duo Shadow สี CocoaStrawberry ของ Boots

ทาให้ทั่วเปลือกตา วิงค์ๆ ของเนื้อแชโดว์สวยมาก
ทำให้ตาเราสว่างขึ้นเป็นสีชมพูอ่อนๆ ซึ่งอ่อนมาก
ดูเป็นธรรมชาติดี
อย่าลืมทาตาล่างด้วย เน้นๆ ตรงใต้ตาถัดจากหัวตามา
ทางตรงนั้นจะแบ๊ว กิ๊บเก๋มาก 555
ขั้นที่สี่
เขียนอายไลเนอร์
อยากเป็นธรรมชาติ แนะนำแบบเจลกะดินสอ
แต่ที่ใช้อยู่เป็นประจำคือ Gel Eye liner ของ KATE สี BK-2
เราแต่งหน้าเบาแล้ว เพราะงั้นต้องแอบซี๊ดด่วยอายไลเนอร์เนี่ยแหละ
ที่ใช้อยู่จะเป็นสำดำแบบมีกลิตเตอร์ในตัว
เขียนแล้วจะเห็นเป็นสีดำแว้บๆ ระยิบระยับ
ไม่เวอร์ไปสำหรับกลางวันด้วยนะ
ขั้นที่ห้า
เขียนขอบตาบนแล้วอย่าลืมขอบตาล่าง
หรือใครไม่อยากเขียนก้อผ่านไปได้เลย
เพราะไม่เขียนมันก็เป็นธรรมชาติดี
แต่ถ้าเขียนให้เป็นธรรมชาติ แนะนำว่าให้เขียนจากหางตามากึ่งกลางตา
ไม่ต้องเขียนจนถึงหัวตา
และย้ำว่าใดินสอหรืออายไลเนอร์แบบฝุ่นเท่านั้น
ทุกวันนี้ใช้อายแชโดว์สีดำเขียนขอบตาล่างแหละ
55555+
เนื่องจากเกลี่ยได้เบลอดี ไม่เห็นเส้น ชอบสุดๆ
ที่ใช้อยู่เป็นพาเลทของของ KATE สี BK-1

ในพาเลทจะมี 5 สี
ใช้สีขวาล่างสุดที่เป็นเถ้าถ่านนั่นแทนกันได้
มีประกายระยิบระยับด้วย ไอโซดี ก๊ากกก
ขั้นที่หก
ไฮไลต์ใบหน้าด้วย Shimmer สีขาว
ขอแนะนำ IN2IT facial highlighters FH 01 Shimmering Pearls
แง่ะ ชื่อรุ่นยาว

ในตลับจะมีสองสี สีด้านขวาเป็นสีขาวนวลๆ อมเหลือง
แต่พอแตะแล้วมาทจะกลายเป็นสีชมพอ่อนๆ ูสวยมาก
ส่วนด้านขวาเป็นไฮไลต์สีขาวมุก
ใช้อันนี้แหละ ปัดใต้ตา สันจมูก ปลายจมูก
เพื่มเพิ่มมิติให้หน้าเรา
ขั้นที่เจ็ด
ปัดแก้มด้วยสีชมพูอ่อนมากๆ
แนะนำ estee lauder Tender Blush Blush Douceur สี 101 petal

สีนี้ใช้แล้วเป็นธรรมชาติมากถึงมากที่สุด
เหมือนไม่ได้ปัด แต่แอบสุขภาพดีเอง 555+
ชอบมาก ใครอยากลอง แนะนำเลย ปัดแล้วสวยมากๆ สีนี้
ตลับเริ่ดด้วย ^^
ขั้นที่แปด
ปัดขนตา ปัดเยอะๆ จนกว่าจะเป็นแพ
แต่อย่าให้หนามากเป็นาขยุงนะจ๊ะ
อันนั้นไม่สวย เอาแค่พอเห็นว่าปัดก็พอ
ที่ใช้อยู่เป็น KATE dollish long mascara สี BK-1
ปัดแล้ว ขนตายาว เรียงเส้นดีค่ะ
ราคาไม่แพงด้วย
ขั้นที่เก้า
ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ฮี่ๆ
ลงลิป ลงลิป
สีที่เป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่เคยเจอมา คือ Lip Vibrante สี L4 ของ ZA

ทาแล้ว สามารถทำให้ปากเรากลายเป็นสีธรรมชาติ
แบบตอนเราเกิดมาได้ ก๊ากกก
ก่อนลงลิปแบบเนื้อครีม ทาลิปมันก่อนนะจ๊ะ
ขั้นสุดท้ายจริงๆ แล้วก้อคือ ลิปกลอส
วันนี้เพิ่งไปถอย ลิปกลอสมาใหม่ ลดราคาด้วย
ลิปกลอสเอง สีก้ออย่าจัดจ้าน เป็นสีใสๆ ได้ยิ่งดี
แนะนำ CLINIQUE long last glosswear SPF 15

สีนี้ ทาแล้วเหมือนไม่ทา ออกสีน้อยมาก
แถมกันแดดด้วย
ถ้าอยากเปรี้ยวกว่านี้ ลอง Super Lustrous lipgloss ของ REVLON

มีกลิตเตอร์ีระยิบระยับด้วย
อยากปากแดงๆ แบบพี่อั้ม พัชราภา
ก็ลงลิปทินท์สีแดงด้านในปากด้วยก้อได้ ^^
เบ็ดเสร็จทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ถ้าพิถีพิถันมากก็จะนานกว่านี้ 555+
ถ้าโปรขึ้นแต่งบ่อยๆ จะใช้เวลาน้อยกว่านี้แน่นอน
ทีนี้ก้อไปมหาลัยได้แบบเนียนกิ๊ง ไม่วอก ไม่เวอร์
แถมเหมาะสมกะวัยเราอีกด้วย

ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน 555+
นี่คือรูปวันนี้ ไปสอบมา
แล้วก็แต่งอย่างที่เขียนไปทั้งหมด
ซึ่งเราแต่งแบบนี้ทุกวัน
คือจะดุรู้ว่าแต่งหน้า แต่มันจะไม่น่าเกลียด
(หรือว่าน่าเกลียดก็ม่ายรุอ่านะ 55+)
แค่รู้สึกว่าไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป
เหมาะกะชุดนักศึกษาดีด้วย
* จริงๆ แล้วไม่มั่นจัยเลยนะนี่ 55+
แต่ว่าที่ทำเอนทรี่นี้ขึ้น
เพราะอยากรณรงค์ให้น้องๆ หนูๆ แต่งหน้ากันอ่อนๆ
เพราะว่าตอนที่เราจะแต่งปกปิดจริงๆ
จะเป็นช่วงอายุ 30 40 ขึ้นไปมากกว่าที่ผิวมีปัญหาแล้ว
เพราะงั้นตอนนี้เรามาเผยผิวใสกันเถอะ !!
(ข้อควรระวัง!!
ภาพนี้อาจหลอกลวงท่าน บุคคลในภาพอายุ 23
การแต่งหน้าสไตล์ No-Makeup ช่วยได้)